ตุ่นทะเลสัญจร#3 "สามร้อยทริบ"
posted on 03 Oct 2008 22:21 by cyclonado in Travel
หลังจากออกเรือหาปลามานานในที่สุดผมก็กลับมาแล้วครับพี่น้อง!!!
ใหนๆก็ไปมาตั้งนานไม่มีปลามาฝากก็กระไรอยู่จริงมะ
อ่ะนี่สดๆจากทะเล
หวังว่าได้ของฝากกันไปแล้วคงจะยังมีชีวิตรอดมาอ่านตุ่นทะเลสัญจร#3กันอยู่นะครับ
เอาล่ะหลังจากที่ได้กลับมาจากเรือผมก็ดันติดภารกิจบ้าๆบวมๆอย่างสวนสนามส่ง ผบ.ทร. และ ผบ.สส.อยู่ร่วมอาทิตย์(ไอ้แก่บ้าเอ้ยเกษียนแล้วไม่ไปอยู่บ้านเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานมาสร้างความเดืดร้อนให้ตูอีก
)
ปล.สำหรับผู้ที่ลากอ่านดูอย่าไปพ้องใครเข้าล่ะเดี๋ยวผมจะตักษัยเอาง่ายๆ
และแล้วผมก็ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะเริ่มตุ่นทะเลสัญจรสาม
แต่ก่อนหน้านั้นผมมีอะไรอยากจะอวดด้วย
แตนแต้นแต๊น!!!!
ขาตั้งกล้องใหม่นั่นเองครับพี่น้อง!!!
ในที่สุดผมก็มีอุปกรณ์คู่หูคู่ใจเพิ่มอีกหนึ่งแล้ว
เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการต้อนรับน้องใหม่ก็ต้องไปที่นี่เท่านั้น
เขาสามร้อยยอด!!!!
หากสงสัยว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ก็ขอตอบว่าก็เพราะมันเป็นถ้ำน่ะเซ่!
ได้ขากล้องก็ต้องลองถ่ายกับที่มืดๆแสงน้อยๆใช่มั้ยเล่า!!!
ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า
หลังจากได้รับอิสรภาพจากทางโรงเรียนพวกผมก็ฟอร์มทีมกัน๙ตนเพื่อมุ่งหน้าไปยังอำเภอหัวหินจังหวัดประจวบ
และเมื่อคืนแห่งการสำมะเลเทเมาผ่านพ้นไปก็ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะเริ่มทริปนี้
ผมที่ตื่นเช้าสุด(จะโม้ว่าคอแข็ง
) ก็มาลองเจ้าคู่หูตัวใหม่นี้ในยามรุ่งอรุณที่โรงแรงนาวีภิรมณ์
ถ้าไม่นับปัญหาในการกะแนวระนาบล้วผมก็คิดว่าขาตั้งอันนี้ใช้งานได้ดีเลยทีเดียวเพราะมันทำให้เจ้ากล้องดิจิตอลดากๆของผมถ่ายรูปได้ชนิดที่ว่า "นิ่งกิ๊ก" มากๆ
และเมื่อพร้อมกันแล้วก็เตรียมลุย
ปกติผมเป็นคนที่ไม่ชอบถ่ายรูปตัวเองเพราะไม่มีใครถ่ายให้ได้โดนใจเท่าตัวเองถ่ายแต่เนื่องจากทริปนี้มีเพื่อนมนุษย์ที่สนทนาภาษาโอตาคุกับผมรู้เรื่องอยู่ก็เลยจัดไปเล็กน้อย
เมื่อได้เหมารถรากันเรียบร้อยก็มุ่งหน้าสู่วนอุทยานเขาสามร้อยยอดกันเลย
หากจะสาวเท้าความถึงที่มาของชื่อเขาสามร้อยยอดแล้วละก็มันก็มีตำนานอยู่มากมายเลยกันทีเดียว
อาทิ สมัยก่อนพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นทะเลและยอดเขาเหล่านั้นก็เป็นหมู่เกาะ จนกระทั้งมีเรือสำเภามาเกยตื้นเพราะพายุจนแล้วจนรอดก็มีผู้รอดชีวิตแค่300คนจึงเรียกว่า "เขาสามร้อยรอด" จนเพี้ยนมาเป็น "เขาสามร้อยยอด" ในทุกวันนี้เป็นต้น ส่วนตำนานอื่นก็ลองไปศึกษากันดูนะครับ
เอาล่ะในที่สุดเราก็มาถึงหาดวัดบางปูกันแล้ว(ชื่อจริงมันไรก็ไม่รุแต่ผมจะเรียกงี้มีไรมะ
)
และก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันให้มากความ ลุยไให้ถึงถ้ำพระยานครซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้กันเลย
เส้นทางจะยาวเหียดสักกี่ลี้ก็ไม่มีหวั่น
หลังจากข้ามเขามาหนึ่งลูกก็พบกับบ้ายบอกกำลังใจ
555 ใครบอกว่าทหารเรือเก่งแต่อยู่บนเรือข้ามเขากี่ลูกก็ไม่หวั่นเฟ้ย!
จากนั้นก็เป็นหาดยาวไปอีกราวสามร้อยเมตรเพื่อไปยังทางขึ้นเขา
และแล้วก็มาถึง
ตอนเด็กๆโดนพ่อลากไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขาประจำแค่นี้ไม่หวั่นเฟร้ย
แม้หินผาจะหนักหนาสักเพียงใหนแต่ทุกย่างก้าวก็ยังมั่นคง
ตังเช่น Rebox และ ยีนโทรมๆตัวนี้
กิ้งก่าแอ๊บแบ้ว
(รูปนี้เสียดายนิดๆตรงที่โพกัสผิดจุด
)
ดูนั่นผองเพื่อน!!! ฟ้าใสยังเป็นกำลังใจให้เราอยู่!!!
สู้ต่อไป!!!
ปีนๆๆๆและก็ปีน
และในที่สุดก็มาถึงปากถ้า
ได้เวลาที่คู่หูจะทำงานกันแล้ว!!!
พระรูปรัชกาลที่๑
อีกหนึ่งมุม
เนินหลังจระเข้(มันเป็นตะปุ่มตะป่ำเหมือนหลังจระเข้ประมาณนั้น)
ถ้าเข้าใจถูกนี่ก็คงหัวไอ้เข้ที่ว่า
หลังจากฟันฝ่าอุปสรรค์มานานับประการ(430เมตร) ในที่สุด
ร่างกายผมก็แข็งแกร่งประดุจหินผา!!!!!
จะบ้าเรอะเอ็ง
หลังจากใช้เวลาไปราวๆสองชั่วโมงเศษๆ(เดิน40นาทีถ่ายรูปสองชัวโมง
)
ก็ได้เวลากลับ
มุมพักโฆษณา
คิดจะดื่อน้ำดื่ม Crystal
เนื่องจากขากลับพลพรรคผองเพื่อนขี้เกียจเดินกันเลยต้องเหมาเรือกลับตามระเบียบ
ผม: ย้ากกกก!!! ทอดสมอ!!!!
ไต๋เรือ:เอ่อไอ้หนูเรือเกยแล้วไม่ต้อง
ผม: ครับ
พักผ่อนกินข้าวกลางวัน
ยามเย็น
อาจจะไม่ได้แนะนำเส้นทางเท่าใหร่แต่ ส่วนหนึ่งก็เพราะมันไปกันหลายคนเลยไม่มีเวลาหยุดถ่ายรูปนัก(แค่ถ่ายถ้ำสองชมก็โดนด่าเละละ
)
แต่ทริบนี้ผมก็พอใจกับเจ้าขาตั้งกล้องตัวใหม่นี้มาก
ช่วงนี้กำลังเก็บสกิลถ่ายรูปรอใช้ DSLR อยู่ยังไงก็ช่วยๆกันวิจารณ์ด้วยนะครับ
me\วาร์ป
เห็นภาพแล้วนึกถึงบรรยากาศที่ไปมาเมื่อปีก่อน บรรยากาศเหมือนเดิมไม่มีผิดเลยอ่ะ เสียดายตอนเราไปเดินขึ้นเขาก็เหนื่อยมากเลยไม่มีแรงถ่ายรูป
สมาชิกร่วมทางหน้าตาคุ้นๆเนอะ 555+ พึ่งจะรู้ว่าความจริงเพื่อนชอบถ่ายรูปขนาดนี้ ไม่งั้นก็คงให้เป็นช่างกล้องบ้านย่านซื่อไปแล้ว
#1 By KRATIP (118.172.156.42) on 2008-10-04 23:22