แตกต่าง

posted on 26 Nov 2008 21:48 by cyclonado  in ect
 
 
 
แตกต่าง
 
ในที่สุดก็ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะอั๊ฟบล๊อคกะเขาสักที
เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาผ่านทั้งงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระพี่นาง แถมเดี๋ยวต่อด้วยสวนสนามราชวัลลภอีกเลยไม่ค่อยได้มาแวะเวียนแถวนี้เท่าใหร่(ที่สำคัญไม่มีเวลาเที่ยวเลยอ่าแถมเดี๋ยวมีสอบต่ออีก)
 
 
เลยมาอัพเพื่อประกาศให้เพื่อนบ้านชาว Exteen ได้รับรู้ว่าผมไม่ได้ดองบล๊อคนะขอบอก
(ถึงจะกะไว้นิดๆก็เหอะ)
 
 
 
 
 
คำตอบของความ "แตกต่าง"  "ช่องว่าง" และ "ความฝัน"
 
"เราอายที่จะแตกต่างจากสังคม ความอายคือความรู้สึกที่คิดว่าคนอื่นจะคิดกับเราอย่างไร มากกว่าคิดว่าเราทำสิ่งนั้นเพื่ออะไร"
(อาจารย์ ยงยุทร จรรยารักษ์,หมอก,ทรงกลด บางยี่ขัน)
 
 
 
 
 
 
 
วันหนึ่งในคาบเรียนแคลคูลัส
 

"ครูครับไอ้ข้อเมื่อกี้ ถ้าเราทำแบบนี้......."

"ก็ได้นะ...ครูบอกแล้วไงว่าครูไม่เน้นที่วิธีทำ ถ้าเธอจับนิยามมันได้แล้ววิธีที่เธอคิดเป็นไปตามนั้นก็ไม่มีปัญหา ครูให้คะแนนหมดแหละ"

 

สิ่งที่ผมได้พบก็คือแม้ว่าเราจะคิดต่างกันแต่ถ้าเรายังอยู่ในนิยามหรือบรรทัดฐานเดียวกัน สุดท้ายทุกคนก็มุ่งสู่คำตอบเดียวกัน

 

มีคนจำนวนไม่น้อยที่"กลัว"ที่จะแตกต่างจากสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้า หน้าตา ทรงผม รสนิยม อาหารการกิน หรือแม้กระทั้ง วิธีการดำเนินชีวิต จึงเป็นที่น่าเศร้าว่าคนจำนวนไม่น้อยต้องยอมละทิ้งสิ่งที่ตัวเองชอบ สิ่งที่ถนัด หรือแม้แต่ความฝันเพื่อที่จะได้ไม่แปลกแยกหรือผิดแผกในสายตาของผู้อื่น

 

หากหนังสือให้กำลังใจทั้งหลายแหล่จะบอกว่า

"คนเรามีสามสิบสองเหมือนคนอื่นๆ เขาทำได้ทำไมเราจะทำไม่ได้"

 

ผมขอลองสวนว่า

"มีใครบ้างที่เหมือนกัน 100% ในโลกนี้"

ขนาดฝาแฝดยังคิดไม่เหมือนกันเลยแม้ว่าหน้าตาจะเหมือนกัน

 

คนเราทุกคนในโลกล้วนแตกต่างกันทั้ง เพศ รูปร่าง หน้าตา สีผิว ทรงผม เสียง จนไปถึง แวดล้อมที่เติบโตมานั่นจึงทำให้คนเราได้รู้จักกันในรูปแบบต่างๆ

เพราะต่างเพศกันจึงได้เกิด ความรัก

เพราะความคิดต่างกันจึงได้เกิด การพูดคุย

เพราะประสปการณ์ต่างกันจึงเกิด การสอน และการเรียนรู้

เพราะทุกคนในโลกนี้แตกต่างกันเราจึงได้ "รู้จัก" และ "เข้าใจ" ผู้อื่น

 

เพราะสิ่งที่อยู่ระหว่าความแตกต่างนั้นก็คือ "ช่องว่าง" ที่เราสามารถใส่อะไรลงไปก็ได้ระหว่าง "เรา" กับ "ผู้อื่น" มันจะใหญ่แค่ใหนก็ขึ้นอยู่กับ ตัวเรา และผู้อื่น(เล็กน้อย)

รอบๆตัวเราจึงมี "ช่องว่าง" อยู่เต็มไปหมดระหว่างเรากับผู้คน เป็นช่องที่รอให้เราเลือกที่จะใส่ "ความสัมพันธ์" ลงไปตามแต่เราต้องการ

 

 

ดังนั้นการที่เราพยายามที่จะลบความแตกต่างระหว่างเรากับผู้อื่นจึงไม่ต่างกับการที่เราได้ลดช่องว่างที่อยู่ระหว่าง"จินตนาการ"กับ"จิตสำนึก"ของเราเอง หาใช่เป็นการลดช่องว่างระหว่างเรากับผู้อื่นไม่

 

ถามว่าอะไรอยู่ระหว่างที่ตรงนั้น?

ความฝันมิใช่หรือ?

 

ความฝันนั้นคือสิ่งเดียวที่เราจะถมไปได้ระหว่าง "จินตนาการ" กับ "จิตสำนึก" 

"จินตนาการ"ออกแบบความฝัน

"จิตสำนึก"ทำให้มันเป็นรูปร่าง

 

แต่ทำไมเมื่อเราโตขึ้นๆ"จิตสำนึก" นั้นจึงกลายเป็นการ "ตีกรอบ" ของ "จินตนาการ" โดยไม่รู้ตัว

ทำให้หลายๆคนล้มเลิกที่จะฝันและล้มเลิกที่จะทำตามฝัน

 

 

ทั้งๆที่พวกเขาก็มีทุนที่มหาสารที่เรียกว่า "ความแตกต่าง" อยู่ในตัวกันทุกคน

เพราะไม่เหมือนเขา เราจึงมีโอกาสที่จะ "พยายาม" และ "เรียนรู้"

ซึ่งคนที่เอาแต่"ไล่ตาม"และ"เลียนแบบ"ผู้อื่นไม่มีวันที่จะมองเห็นทุนเหล่านี้และนำมาใช้ให้ไปถึงฝัน

 

เพราะพวกเขาลืมความรักที่สำคัญไปอย่างหนึ่งนั่นก็คือ

"การรักตัวเอง" หรือ "ฉันทะ"ในสิ่งที่ตนเป็น

หากเรารักและพอใจที่ตัวเองเป็นเราก็ย่อมเห็นว่าเราสามารถทำและเรียนรู้อะไรได้

 

แม้มันจะพลาดไปบ้างแต่ทุกครั้งที่เราพลาดเราย่อมเห็นความแตกต่างใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายผ่านทางช่องว่างที่เรียกว่า

"ความเป็นไปได้"

 

ดังนั้นจึงไม่มีคำว่า"ทางตัน"สำหรับคนที่รู้จักใช้โอกาสจาก"ความแตกต่าง" เพราะโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่ประกบกันสนิทมันย่อมเกิด"ช่องว่าง"ให้เราได้ใส "ความพยายาม" อยู่เสมอ

 

 

และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการไปถึงฝันก็คือการที่เราได้รู้ว่ามันมีความแตกต่างระหว่าง

"การเริ่มก้าว" กับการ "อยู่กับที่"

เพราะที่ว่างระหว่างสองสิ่งนั้นมันมีสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่เรา ได้พยายามเพื่อสิ่งที่เราฝันอยู่นั่นเอง

 

 

me\ซ้อมสวนสนาม อ่านหนังสือสอบ ว้ากกกกกก!!!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แตกต่างเพื่อเติมเต็มกันและกัน big smile

#1 By all4teen on 2008-11-28 15:39