จดหมายที่ไม่เคยส่ง #2
posted on 24 Feb 2009 18:55 by cyclonado in ect
(ภาพจาก byousoku 5 centimeters )
หากเพียงวันนั้นได้ส่งข้อความนั้นออกไป...มันคงไม่ค้างคาอยู่ในใจจนเรื่อยมา
(ภาพจาก ef fairy tales of the two)
หากว่าใครที่ยังไม่ได้อ่าน จดหมายที่ไม่เคยส่ง ที่เป็นเอนทรี่อารัมภบทของเอนทรี่นี้แล้วละก็ ก็ขอเชิญกดที่ลิงค์เลยนะครับ เพื่อความเข้าใจในเนื้อหาของเอนทรี่นี้
------------------------------------------------------------------
หลังจากที่ผมได้เล่าถึงเรื่องย่อของ byousoku 5 centimeters กันไปในเมื่อวานแล้ว และได้ทิ้งท้ายไว้ด้วยบทความที่เกี่ยวกับ 'จดหมายที่ไม่เคยส่ง' เอาไว้นั้น วันนี้ผมจะมาเล่าถึงส่วนหนึ่งของชีวิตผมที่ผมคิดว่ามีส่วนคล้ายกับอนิเมเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว
ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับทุกท่านก่อนว่า 'จดหมายที่ไม่เคยส่ง' ในที่นี้นั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์แทนความในใจ ที่เราอยากให้คนอื่นได้รับรู้ แต่เราไม่มีโอกาสที่จะบอกเขาไปไม่ว่าจะด้วยเพราะเหตุใดก็ตาม...
หากจะถามว่าฉากใจที่ผมรู้สึกติดค้างอยู่ในใจของผมมากที่สุดในอนิเมเรื่อง byousoku 5 centimeter แล้วละก็ ก็คงเป็นเนื้อเรื่องในฉากที่สอง ที่ทากากิ(พระเอก)ต้องย้ายโรงเรียนอีกครั้งและนั้นจะต้องทำให้เขาอยู่ห่างไกลจากอาคาริ(นางเอก) ที่เขารักมากกว่าเดิมนั่นเอง ซึ่งทากากินั้นทุกๆวันได้แต่ เรียน เข้าชมรม และเหม่อไปวันๆ และบางครั้งเขาก็จะหยิมโทรศัพท์มือถือออกมาและพิมพ์ข้อความถึงใครบางคน แต่แท้จริงแล้วมันคือ 'ข้อความที่ไม่ได้ส่ง' ถึงใครทั้งนั้นทั้งๆที่แท้จริงแล้วผู้ที่ควรจะได้อ่านมันก็คือ อาคาริ
"ตั้งแต่เมื่อใหร่กันนะ...ที่เราเริ่มเขียนข้อความที่ไม่เคยส่ง"
นั่นเป็นประโยคที่อยู่ในใจของทากากิเสมอมา...
ผมมีจดหมายที่ผมไม่เคยส่งอยู่สามฉบับ...(อาจมีมากกว่านั้นแต่ผมอยากเล่าแค่สามฉบับนี้)
ฉบับแรกนั้นเป็นจดหมายที่ผมอยากจะส่งให้เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งของผมที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันในสมัยมัธยมต้น
แต่ก็ต้องเก็บไว้เพราะรู้ดีว่า ข้อความของผมนั้นเทียบกับสิ่งที่คนสำคัญของเธอมอบให้กันในช่วงเวลานั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย...
เธอจึงยังคงเป็นเพื่อนกับผมโดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า ผมนั้นมีจดหมายที่จ่าหน้าถึงเธอเก็บเอาไว้ฉบับหนึ่ง...
ฉบับที่สามนั้นเรื่องราวก็คงคล้ายๆกันกับเรื่อง byousoku 5 centimeter ในฉากที่ติดตรึงในใจผมที่ผมได้เขียนให้ทุกท่านอ่านในย่อหน้าข้างต้น
ใช่...ผมเริ่มเขียนจดหมายที่ไม่เคยส่งมาจนถึงก่อนหน้าที่ผมจะมาเขียนเอนทรี่นี้มาไม่นานนี้เอง
มันเริ่มจากผมได้รับจดหมายมาฉบับหนึ่ง...ในช่วงเวลาที่ผมกำลังซึมกับปัญหาชีวิตอยู่
มันเป็นจดหมาย ที่แผงไปด้วยความน่ารักสดใส ร่าเริ่ง จากผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุน้อยกว่าผมไม่กี่ปี
ทุกครั้งที่ผมได้พูดคุยกับเธอ ผมก็รู้สึกว่า ชีวิตของผมนั้นสดใสขึ้นมามากเลยทีเดียว
จนกระทั้งผมอยากจะทำของขวัญชิ้นหนึ่งให้เธอในวันเกิด
ผมเชื่อว่าสิ่งที่เธอได้ไปนั้นเป็นแค่อะไรสักอย่างที่มัน 'ธรรมดา' ในสายตาของเธอแต่สำหรับผมมันคือ สิ่งที่ผมได้ห่างหายจากมันไปเป็นนานปีเลยทีเดียวในฐานะคนที่ชื่นชอบงานประดิษฐ์คนหนึ่ง
'ความรู้สึกที่ได้ทำสิ่งที่ผมชอบและรักเพื่อใครสักคนด้วยรอยยิ้ม'
หลังจากนั้นผมก็เริ่มส่ง 'จดหมาย' ให้เธอเรื่อยมาด้วยความรู้สึกที่ว่าอยากตอบแทนเธอด้วยสิ่งเท่าที่ผมมี และช่วยเหลือเธอเท่าที่จะทำได้
ระหว่างผมกับเธอ...ผมเลือกที่จะเป็น 'พี่ชายคนหนึ่ง'
จนกระทั้งมีคนๆหนึ่งเข้ามาในชีวิตของเธอและก็บอกกับเธอว่า 'อยากเป็นคนสำคัญ' สำหรับเธอ
แรกๆผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย เพราะผมก็คงไม่มีวันที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเธอด้วยวิธีเดียวกับคนๆนั้น เพราะผมรู้สึกเกลียดอะไรที่มันไม่ยังยืนและฉาบฉวยอย่าการเป็น "คนรัก" เช่นนั้น
ผมยังคงส่งจดหมายของผมต่อไป...แม้รู้ดีว่าจะได้รับการตอบรับน้อยลง
ทุกๆครั้งที่ผมส่งไป...ผมเชื่อว่าเธอยิ้ม
ทุกๆครั้งที่ผมส่งไป...ผมคิดว่าเธอยิ้ม
ทุกๆครั้งที่ผมส่งไป...ผมเชื่อว่าเธอได้รับรู้
ทุกๆครั้งที่ผมส่งไป...ผมคิดว่าเธอได้รับรู้
จนกระทั้งทุกๆครั้งที่ผมส่งไป...ผมเริ่มไม่รู้แล้วว่าเธอคิดอย่างไร
ไม่น่าเชื่อว่ากำลังใจของคนเรานั้นไม่ว่าจะมีมากเท่าไร มันก็ต้องหมดไปไม่ช้าก็เร็วหากสิ่งที่เราทำนั้นไม่ได้รับการตอบรับเลยแม้แต่น้อย
มันแย่เสียกว่าการที่ได้รู้ว่าสิ่งที่เราทำมันไร้ค่าเสียอีก...
และการส่งจดหมายของผมก็ต้องหยุดลงเมื่อ 'เขา' (เอาจริงๆอยากเรียกว่ามัน) มองว่าการกระทำของผมเป็นปัญหาสำหรับเขา ผมไม่ได้สนใจในทีแรกแต่ผมก็ต้องหยุดการส่งจดหมายของผมจริงๆเมื่อได้รู้ว่าปัญหามันลามมาถึงเธอจนทำให้เธอไม่มีความสุขอีกต่อไป...
ไม่รู้ว่าทำไมจดหมายฉบับสุดท้ายของผมนั้นจึงรู้สึกน่าหดหู่เช่นนี้
'ขอโทษนะ...ที่ทำให้ลำบากใจ'
ทั้งๆที่ผมไม่อยากเขียนอะไรแบบนี้เลยแท้ๆ
คงเพราะบางที...ผมเห็นแก่ตัวเกินไปที่ทำอะไรให้เธอโดยคิดไปเอง
คงเพราะบางที...สิ่งที่ผมเลือกที่จะเป็นสำหรับเธอ มันทำให้เธอไม่รับรู้ความในใจที่แท้จริงของผม
คงเพราะบางที... ผมไม้รู้แล้วว่าผมทำอะไรลงไป
แม้ว่าผมจะเลิกส่งจดหมายถึงเธอแล้วก็ตาม แต่ผมก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งผมก็ได้เขียนข้อความถึงเธอไปไม่น้อยแต่ก็เลือกที่จะเก็บไว้ในใจมากกว่าจะส่งออกไป...
เพราะผมคงจะลำบากใจถ้ารู้ว่าสิ่งที่ทำมันเป็นปัญหาให้เธอ
หากให้ส่งจดหมายถึงเธอได้สักฉบับ...ผมคงอยากที่จะบอกเธอว่า...
เอ...ผมว่าผมคิดดูแล้วผมเก็บเอาไว้ไม่ให้ผู้อ่านๆดีกว่า ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่ใช่จดหมายถึงเธอคนนั้นน่ะสิ
นี่จึงเป็นจดหมายฉบับที่สามที่ผมไม่เคยส่ง...ความรู้สึกที่อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในสายตาของใครบางคนใหม่ ...
แค่เราส่งข้อความนั้นออกไป...ผมเชื่อว่ามันจะมีอะไรมากกว่าผลลัพธ์ที่เราคิด
ผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ที่จุดหมายปลายทางของจดหมายที่เราอยากจะส่งนั้น พวกเขาทุกคนพร้อมที่จะเปิดรับอยู่แล้วไม่มากก็น้อย...เพียงแต่เราเปิดประตูที่เรียกว่า 'หัวใจ' ออกไปดูเราก็จะรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น
หากเรามีอะไรในใจแล้วอยากให้ใครได้รับรู้แล้วละก็...ผมว่าคุณรีบจ่าหน้าซองจดหมายนั้นแล้วส่งไปให้เขาอ่านดีกว่านะ
-----------------------------------------------------------------------
สำหรับใครที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วนึกได้ว่า
"เฮ้ย!!! เอ็งยังไม่ได้เล่าถึงจดหมายฉบับที่สองเลยนี่หว่า
"
ใจเย็นๆครับ ผมจะเล่าเดี๋ยวนี้แหละ...
ผมทะเลาะกับผู้หญิงคนหนึ่ง...เมื่อนานมาแล้ว
เพราะความอัดอั้นที่ทนมานานถึงสี่ปี...
ผมเคยอยากเอาดีในสิ่งที่ตัวเองชอบและรัก...เพื่อเธอคนนั้นจะได้ภูมิใจ
แต่เธอก็ทำลายความฝันชองผมจนเละด้วยเหตุผลที่ว่าสิ่งที่ผมเลือกมันไร้อนาคต
ผ่านมาสี่ปี...ผมทนทำในสิ่งที่เธอบอกว่าดี ด้วยความอัดอั้นเสมอมา
จนกระทั้ง...วันที่ทะเลาะกัน
เธอได้รู้ว่าที่ผมทนมาทั้งหมดมันอึดอัดแค่ใหน...
ไม่มีใครมีความสุข...ในช่วงเวลานั้น...
ผ่านมาตอนนี้ แม้ว่าสิ่งที่ทนมาสี่ปีจะทุเลาลง แต่ก็ใช่ว่ามันจะหายไป
แต่จากเรื่องในครั้งนั้น...ทำให้ผมเริ่มที่จะเลิกจมทุกข์อยู่กับมัน
และผมก็พยายามเพื่อที่จะได้กลับไปสู่สิ่งที่ผมฝันที่จะทำ ทุกทางเท่าที่จะทำได้
และเมื่อถึงเวลานั้นผมเชื่อว่าเธอคงภูมิใจในสิ่งที่ผมเลือกจะเป็น มากกว่าในสิ่งที่เธอเลือกให้ผมเป็น...
ผมจึงมีจดหมายฉบับหนึ่งที่เก็บไว้กับตัวเป็น 'จดหมายที่ไม่ได้ส่ง' และรอวันส่งตลอดมา
"ขอโทษครับแม่...ผมอยากแค่ให้แม่ดีใจเท่านั้น"
คุณว่าผมช้าไปมั๊ยหากจะรอให้ถึงวันนั้น...วันที่ผมจะได้ส่งจดหมายฉบับนี้
แต่ก่อนหน้านั้นผมก็คงต้องส่งจดหมายที่ควรจะส่งให้ผู้หญิงคนนี้อีกหลายฉบับสินะ...
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านและติดตามครับ...
ตามมาอ่านทั้งสองตอน
อยากดูบ้างจัง ท่าจะซึ้งดี
เราก็มีจดหมายที่ไม่ได้ส่งหลายฉบับ
ทั้งที่อยากจะส่ง แต่ก็ไม่ทำ
เป็นโรคอะไรไม่รู้
กลัวคนรู้ความในใจ
สุดท้ายก็ยังคงไม่ได้ส่ง
น่าเศร้าเน้อะ
#1 By .::little-wing::. on 2009-02-26 00:06