ต่างกันที่จิตสำนึก

posted on 25 Feb 2009 18:44 by cyclonado  in ect

 

 

เมื่อไม่นานมานี้ผมพึ่งบ่นกับพ่อผมไปสองสามเรื่อง

และมีเรื่องหนึ่งที่ผมนำกลับมาขบคิดจนถึงทุกวันนี้

 

ผมบ่นกับพ่อไปเรื่องเกี่ยวกับจิตอาสาของคนสมัยนี้

"น่าหงุดหงิดนะพ่อ จะทำงานอาสาทั้งทีมีแต่คนมาถามเพื่อจะได้เอาโปรออกราชการ มันไม่มีจิตอาสากันเลยรึไง?"

ผมบ่น...

"ไอ้สิ่งที่เราพูดน่ะมันไม่ใช่จิตอาสาหรอก มันเรียกว่าจิตสาธารณ คนเราน่ะมีจิตอาสากันทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการที่จะวัดกันว่าใครทำเพื่อสังคมจริงๆเขาวัดกันที่จิตสาธารณ"

พ่อผมตอบ

 

จิตอาสา...

จิตสาธารณ...

 

เออแฮะ...ผมพึ่งนึกได้ว่าการทำงานเพื่อส่วนรวมมันประกอบด้วยคำสองคำนี้ไม่ใช่แค่คำว่า 'จิตอาสา' อย่างเดียว

 

หากจะให้ลองสรุปดูคร่าวๆ ผมว่าไอ้สองคำนี้มันต่างกันแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่ผลลัพธ์มันต่างกันมากมาย

ยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจง่ายๆ ด้วยนาย A และนาย B

A:เฮ้ยปิดเทอมไปใหนป่าว?

B:ไม่รู้สิ

A:เรากำลังหาคนไปช่วยปลูกป่าพอดี ไปด้วยกันป่าว?

B: เอาดิ! ไปๆ

 

เห็นอะไรมั๊ยครับระหว่างสองคนนี้?...ถ้ายังไม่เห็นลองดูสมการต่อไป...

ปิดเทอม = ว่าง

นาย A--->อยากปลูกป่า--->หาแนวร่วม

นายB--->นายAชวนไปปลูกป่า---> ไป

ดังนั้น

นายA =จิตสาธารณ(อยากพื้นพูธรรมชาติ)+จิตอาสา(ลงมือปลูกป่าเพื่อให้ธรรมชาติดีขึ้น)

นายB=จิตอาสา(ช่วยเหลือนายA)

 

ดังนั้นเราจะสรุปได้ว่า...

 

คนที่มี จิตอาสา ไม่จำเป็นว่าต้องมี จิตสาธารณ เสมอไป....

แต่คนที่จะมี จิตสาธารณ ได้นั้นมาจากการที่เป็นคนมี  จิตอาสา....นั่นเอง

 

ลองคิดดูสิครับ...หากนาย A ไม่มาชวนนาย B แล้วละก็ แสดงว่าจิดอาสาของนาย B ก็จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน

แต่ว่านาย A สามารถสร้างจิตอาสาได้เองโดยการเริ่มจาก 'จิตสำนึกที่มีต่อส่วนรวม' นั่นเอง

 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสังคมทุกวันนี้ใช่ว่าคนที่มีจิตอาสาะหากันไม่ได้ในสังคม

เพราะมันเป็นสิ่งที่ทุกคนมีกันอยู่ในตัวกันอยู่แล้วไม่ว่ามากหรือน้อย

 

แต่สิ่งที่สังคมต้องการจริงๆก็คือ คนที่มี 'จิตสาธารณ' ที่จะมารวบรวมคนที่มีจิตอาสาเหล่านี้ต่างหากสังคมเราจึงจะดีขึ้น เพราะคนที่มีคำว่า 'จิตสาธารณ' นั้นคือคนที่คิดถึงส่วนรวมของสังคมเป็นสำคัญอยู่ทุกขณะจิตนั่นเอง

 

ดังนั้น...เรื่องแบบนี้ มันจึงต่างกันที่จิตสำนึก

 

 ในโอกาสนี้ผมขออัญเชิญพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

มาให้ทุกท่านได้รับฟังกันแล้วกันนะครับ

 

...คนดีทำให้คนอื่นดี ได้  หมายความว่าคนดี ทำให้เกิดความดีในสังคม  คนอื่นก็ดีไปด้วย. ความเลวนั้นจะทำให้คนดีเป็นคนเลวก็ยาก แต่เป็นไปได้.ถ้าคนดีเข้มแข็งในความดี  จะทำให้คนเลวมาทำให้คนดีเป็นคนเลวยาก.สำคัญอยู่ที่ความเข้มแข็งของคนดี...

(คัดตัดตอนจากพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย  สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต   เมื่อวันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙)


 

 

หากเราเพียงแค่มี 'จิตสำนึก' ที่จะทำให้สังคมดีขึ้น

และ'ลงมือทำ' เพื่อให้มันดีขึ้นด้วยสุดกำลังของตนเองจะทำได้

ไม่จำเป็นต้องมากมาย...ไม่จำเป็นต้องเลิศเลอ

แค่เล็กๆน้อยๆ...แต่ได้ลงมือทำอยู่เป็นนิจ

 

ผมว่าอะไรๆมันก็ต้องดีขึ้นแน่นอน

 

 

ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะเวียนมาอ่านกันครับ

me\

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เข้าใจแล้ว

จิตอาสา จิตสาธารณะ จิตสำนึก จิตใต้สำนึก
แสดงว่า
จิตสาธารณะเป็นจิตใต้สำนึกด้วยรึป่าว
ส่วนจิตอาสาเป็นจิตสำนึก

อาจารย์สอนมาว่าประมาณนี้

จำได้ว่าตอนสอบ มศว เมื่อห้าปีก่อน เค้าให้เขียนบทความเรื่องศิลปะกับจิตสำนึกสาธารณะ อะไรซักอย่าง เขียนไปงงไsad smile

#1 By chockcolate_am on 2009-02-26 15:21

รักในหลวง...

#2 By กวางน้อย... on 2009-02-26 22:34

จิต ก็เหมือนน้ำ ไม่อยู่นิ่ง ไหลและแปรรูปร่างไปตามภาชนะที่ใส่

หากจิตอาสา อยู่ใกล้สัมผัสกับจิตสาธารณ บ่อยๆ เข้าก็จะซึมซับไปเอง big smile

#3 By ~ N ~ on 2009-03-01 00:26