ช่องว่างที่มองเห็น

posted on 06 Jun 2009 06:21 by cyclonado




บ้านผมกำลังจะกว้างขึ้น...

ไม่ได้แปลว่าบ้านผมขยายใหญ่ขึ้นได้แต่อย่างใด
...แต่คนที่คอยใช้สอยพื้นที่ในบ้านผมกำลังลดน้อยลง

พ่อผมกำลังจะถูกย้ายไปราชการที่สระบุรี
ถ้าโชคดีก็คงไม่ต้องลงไปที่ภาคใต้

ทุกวันนี้ผมพึ่งสังเกตุได้ว่า พื้นที่ในบ้านผมนั้นกว้างขึ้นตามการเจริญเติบโตของผมและคนในบ้าน

นับตั้นแต่ผมเป็นเด็กตัวกระเปี้ยก ครอบครัวผมห้าคน อาศัยอยู่กันในแฟลตเล็กๆ
ผมจำได้ว่าแม้ที่นั้นจะเล็ก แต่ก็สนุก...

แตะบอลกับน้องที่ระเบียงทางเดินบ้าง
แบกจักรยานที่คันใหญ่กว่าตัวเองเกือบเท่าตัว ลงมาจากแฟลตชั้นสามเพื่อปั่นเล่นบ้าง
ให้พี่สาวพาผมกับน้องชายไปหาอะไรกินหรือไม่ก็ให้ทำอะไรให้กินบ้าง(สมัยที่ยังดำรงชีพด้วยมาม่ายังไม่เป็น)
นั่งทานข้าวล้อมวงกันทั้งครอบครัวอย่างสนุกสนานบ้าง...หรือไม่บางครั้งก็ออกไปหาอะไรกินใกล้ๆ
ทะเลาะกันบ้างตามประสาพี่น้อง และก็ไม่วายที่ผมเป็นคนผิดทุกครั้ง
(ผมทะเลาะน้อง ผมผิดเพราะเป็นพี่ ผมทะเลาะกับพี่สาว ผมก็ผิดเพราะผมเป็นลูกชายคนโต...ยุติธรรมมั๊ยล่ะ -_-")

แม้บ้านหลังนั้นจะเล็ก...แต่ความสุขที่เกิดขึ้นนั้นเมื่อกลับไปนึกถึง มันไม่เล็กเลย



ผมเป็นคนแรก...ที่ทำให้บ้านผมกว้างขึ้น เมื่อผมเข้ามาเป็นนักเรียนทหาร
ผมได้กลับบ้านน้อยลง...ทำให้บ้านเดี่ยวที่ผมอาศัยอยู่ในปัจจุบันมีที่กว้างขึ้น

คนถัดมาคือยายผม...เมื่อท่านจากไป น้าผมที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านก็ต่างพากันแยกย้ายกันไป
ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าบ้านผมนั้น...มันกว้างเกินไปเสียด้วยซ้ำ

และหลังจากนั้นก็เป็นพี่สาวและน้อยชายผมที่ทำให้บ้านกว้างขึ้นตามๆกันมา...
ซึ่งผมยังจำได้ดี...


หน้าฝนของปีที่แล้ว...
"ไปละนะว่างๆออนเอ็มมาด้วยละกัน"
"เออโชคดี...บาย"

ผมบอกลาพี่สาวผมที่กำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่เนเธอร์แลนด์ผ่านทางโทรศัพท์
ความจริงผมควรจะไปส่งเธอด้วยตัวเองที่สนามบิน แต่ผมก็ไม่ว่าง

ถึงแม้ที่จริงสมัยนี้ระยะทางจะไม่เป็นปัญหาสำหรับคนเรา ในการติดต่อสื่อสาร แต่ผมก็รู้สึกไม่ดีเท่าใดนัก...

เช่นเดียวกับน้องชายผม เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยได้ มันก็ได้กลับบ้านแค่สุดสัปดาห์เหมือนกับผมเนื่องจากงานที่คณะวุ่นจนต้องไปพักที่หอเพื่อน(บ้านผมอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่น้องผมเข้าก็ส่วนหนึ่ง)
บ้านผมจึงดูเหมือนจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแค่ในวัน เสาร์ อาทิตย์เท่านั้น(ตอนนี้ไม่นับพี่สาวผม)
และอีกไม่นาน พ่อผมก็กำลังจะทำให้บ้านหลังนี้กว้างขึ้นอีกคน...

เมื่อคนในครอบครัวโตขึ้นทุกขณะ ความกว้างของพื้นที่ใน"บ้าน"นั้น ก็กว้างตามไปด้วย
บางทีก็ดูราวกับว่า...มันเป็น "ช่องว่าง" ที่คั่นเรากับคนอื่นในบ้านให้ห่างไกลกัน บางทีก็คิดว่ามันเป็นช่องว่างที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้คนเราได้ทำในสิ่งที่อยากทำ...

แต่ก่อนผมคิดเช่นนั้น...แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันไม่ใช่


ผมเคยเกือบทำให้พี่สาวและน้องชายผมต้องหยุดที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองฝันเพราะ ปัญหางี่เง่าๆของผม
ช่วงนั้น ในขณะที่บ้านผมกว้างขึ้นเพราะไม่มีผมอยู่ ช่องว่างนั้นกลับถูกใช้โดย พ่อ แม่ พี่ และน้องผม เพื่อคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของผมที่กำลังมีปัญหา
น้องชายและพี่สาวผมถึงกับยอมที่จะหยุดสิ่งที่ตัวเองกำลังจะได้ทำเพื่อให้ผมได้แก้ปัญหาของตัวเอง

นับจากนั้นมา เมื่อเรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี ผมรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างผมกับครอบครัวมันเล็กลงขึ้นมาทันที...
ไม่ใช่เพราะมันเคยกว้างมาแต่อย่างใด แต่เพราะผมไม่เคยมองมันเลยต่างหาก


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าระหว่างคนเรา ย่อมมี"ช่องว่าง"เกิดขึ้นไม่ว่าจะใหญ่หรือจะเล็ก เป็นช่องว่างที่เกิดขึ้นเพราะความ"แตกต่าง"ของคนเรา


คนบางคู่แม้จะอยู้ใกล้ชิดกันมาก แต่ช่องว่างระหว่างพวกเขาอาจจะใหญ่จนน่าตกใจเพราะไม่เคยสนใจมันเลยปล่อยให้มันขยายใหญ่อย่างนั้น
คนบางคู่แม้จะอยู่ไกลกันมาก แต่บางทีช่องว่างระหว่างพวกเขาก็อาจจะเล็กนิดเดียวเพราะ พวกเขารู้ดีว่าควรจะใส่อะไรลงไปในนั้น
...

ใช่ครับ...ช่องว่างนั้นคือสิ่งที่ทำให้คนเราทั้งได้รู้จักกัน และห่างไกลกัน บางที่คนที่เราคิดว่ารู้จักเขามากที่สุด แต่ถ้าเราไม่เคยสนใจที่จะทำอะไรลงไปใน"ช่องว่าง"ระหว่างเรากับคนๆนั้นเลย บางที่เขาอาจจะเป็นคนที่เราไม่เข้าใจมากที่สุดเลยก็เป็นได้


ผมว่ามันไม่ยากหรอกที่จะมองหามัน เพราะโลกนี้เรามีช่องว่างระหว่างกันทุกคน
แต่ที่ยากก็คือเราสนใจที่จะใส่อะไรลงไปในนั้นมากน้อยแค่ใหนต่างหาก...

ตอนนี้ผมก็กำลังพยายามทำอะไรหลายๆอย่างใน"วันว่าง"ที่ผมจะได้อยู่กับครอบครัว
เช่น หัดทำอาหาร เพื่อที่ทุกคนจะได้อยู่กับบ้านแทนที่จะออกไปกินข้าวนอกบ้าน
แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ทำให้ช่องว่าง ที่มีไม่ว่างเปล่า
แหละหวังว่าเมื่อพ่อผมกลับมาบ้าน...ผมจะได้ทำอาหารให้ท่านทานอีก



และหากเรามองดูดีๆ "ช่องว่าง"ทุกช่องนั้นน่ะ เชื่อมต่อกัน ตั้งแต่ระหว่างเรากับสิ่งใกล้ตัวจนไปถึงโลกทั้งใบ


ลองเติมคำลงไปในช่องว่างนั้นดูสิครับ...^ ^

 

ขอบคุณที่ติดตามอ่าน พบกันเอนทรี่หน้าครับ
me\วาร์ป

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จะว่าไปทุกคนก็ต่างมีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเองนะ

#1 By moonong on 2009-06-06 15:50

ชอบมุมมองของคุณค่ะ
อ่านแล้วคิดถึงคนที่อยู่ไกลค่ะbig smile

#2 By newyork on 2009-06-07 07:17