ไม่ว่าจะเวลาใหน...ท้องฟ้าก็ยังคงสวยงามตลอดเวลา

 .

.

.

 

 

 

ยามฟ้าเปิด

เป็นดัง ผืนกระดาษ ให้วาดเขียน

เป็นดัง เสียงบ่งบอก ให้แจ่มใส

เป็นสัญญาน เริ่มต้น ผจญภัย

เป็นเพื่อนใจ ยามสดใส และทุกข์ทน

 

 

 

 

 

 

ยามเมฆครึ้ม

 เมฆลอยมามืดครึ้มพามืดมน

เรื่องระทมพาลนึกไม่สดใส

แต่ดูนั่นสายลมเย็นมาไวไว

สัญญานบอกชีวาใหม่กำลังมา

 

 

 

 

 

 

ยามฝนพรำ

สายฝนโปรยความชุ่มชื่่นทั่วสารทิศ

 พาชีวิตที่แห้งเหี่ยวให้สดใส

ดูเหล่าคนจะห่อเหี่ยวไปทำไม

เดินก้าวไปกลางสายฝนให้เบิกบาน

 

 

อยู่ในห้องคนเดียวช่างเหงานัก

เปิดเพลงพักผ่อนคลายคลอสายฝน

บรรยากาศชวนชื่นน่ารื่นรมณ์

ชมสายฝนจิบกาแฟเคล้าเสียงเพลง

 

 

 

 

 

  ยามอัสดง

 แสงฟ้า ย้อมส้ม อมแดงฉาน

 ตระการ แสงสีทอง สว่างใส

เป็นหมาย บ่งบอก ทุกสิ่งไป

สัญญานใกล้ จบวัน พลันทบทวน

 

 

หนึ่งวัน ผจญภัย ตามใจคิด

อาทิตย์ เริ่มลับตา แสนสุขสันต์

พลันหยุด จักรยาน จ้องมองมัน

พลันคิด ทบทวน ร้อยเรื่องราว

 

ในหนึ่งวัน ได้ผันผ่าน และพานพบ

นานาสิ่ง มาร้อยเรียง เสียงขับขาน

ปันทึกไว้ ให้จดจำ ในวิญญาน

บทเดินทาง ใต้แสง ตะวันเอย

 

 

ชีวิตวัน ทำงาน ใกล้สิ้นสุด
ผ่านเรื่องทุกข์ วุ่นวาย ชวนปวดหัว
นั่งมองแสง อัสดง จิตขุ่นมัว
นั่งดูตัว มองจิต พินิจตน
 
ผ่านหนึ่งวัน นั่นแสน วุ่นวายนัก
หากนำกลับ ไปบ้าน คงสับสน
 นั่งยลแสง สีทอง อัสดง
เรื่องทุกข์ทน ทิ้งไว้ ภายหลังเอย
 
 
 
 
 
 
 
 
ยามสนธยา
 
 สีราตรีย้อมฟ้าให้มืดมิด
  เงียบสนิทชวนจิตให้คิดฝัน
ออกก้าวเดินบนเส้นทางราตรีพลัน
ลิขิตมั่นทอฝันพราวกลางราตรี
 
 
 
สายฝนพรำยามค่ำคืนเดือนมืด
แสงเมืองส่องไรไรชวนเปลี่ยวเหงา
ก้าวย่ำแอ่งน้ำฝนสะท้อนเงา
ดูตัวเรานี่หรือคืออะไร
 
 
 
 
 
 
 
 
ยามรุ่งอรุณ
 
 เริ่มวันย้อมราตรีสีอมฟ้า
บูรพาทอแสงทองสดใส
สะท้อนเมฆเมฆาส้มไรไร
เริ่มวันใหม่ชวนสดชื่นรื่นเริงพลัน
 
 
ลุกขึ้นรับอรุณให้เริงรื่น
ปลุกให้ตื่นด้วยกาแฟสี่สองสอง
ดื่มกาแฟมีฟ้าใสให้จ้องมอง
ทำนองรักเสียงเพลงคลอคู่กันไป
 
 
 
 
 
 
 
ยามเดินทาง
 
ก้านเดินก้าวตามทางที่เดินมุ่ง
พุ่งทะยานตามความคิดลิขิตฝัน
มีฟ้ากว้างเบิกทางเป็นเพื่อนกัน
ก้าวพลันก้าวบมเดินทางใต้ฟ้าไกล
 
 
ยามเหนื่อยหนักบนเส้นทางมิรู้จบ
ไม่พานพบผู้คนแต่หนใหน
ก็มีแต่ฟ้ากว้างเป็นเพื่อนใจ
สู้ต่อไปสู่หมายที่ฝันเอย
 
 
 
 
 
 
 
 
ยามอนาคต
 
คงจะดีหากมีสักวันหนึ่ง
ใครคนนึงให้เดินคู่ยามฟ้าใส
ยามฝนพรำให้คิดถึงใจถึงใจ
ให้เคียงคู่ดูฟ้ายามอัสดง
 
.
.
.
.
.
.
 
 
 
 เวลาที่ผมแจ่มใสท้องฟ้าก็แจ่มใสไปกับผม
เวลาที่ทุกข์ทนท้องฟ้าสอนให้ผมมองสิ่งที่สวยงามที่สุด
 
แม้ว่ากาลเวลาจะทำให้คนเราแปรเปลี่ยนทั้งกายและใจ
แต่ท้องฟ้าก็ยังคงเป็นสิ่งทีให้เรายึดมั่นได้เสมอมา
 
ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรที่เลวร้ายเกินไปนัก